วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555
งบการเงิน กับ การลงทุน
งบการเงิน กับ การลงทุน
ตัวเลขต่างๆ ใน งบการเงินของบริษัทจดทะเบียน ถือเป็น "หัวใจ" ที่นักลงทุนรายย่อย ควรนำมาใช้วิเคราะห์ และพิจารณาตัดสินใจเลือกซื้อหุ้นของกิจการต่างๆ
ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้นักลงทุนลด "ความเสี่ยง" จากการลงทุนได้ในระดับหนึ่ง อีกด้วย
เพราะ งบการเงิน ที่แสดงอยู่ทั้งหมด จะทำให้ผู้ลงทุนประเมินศักยภาพ และมูลค่าของกิจการที่สนใจจะลงทุนได้เป็นอย่างดี สะท้อนถึงภาพรวมฐานะ และความมั่นคงของกิจการนั้นๆ นั่นเอง
นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ และขาดการศึกษาข้อมูลกิจการของหุ้นที่เข้าไปลงทุน จึงทำให้รายย่อยมักจะเสียเปรียบรายใหญ่เสมอมา และชอบไปหลงซื้อหุ้นตามกระแส
ศ.เกษรี ณรงค์เดช" นายกสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย
บอกว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ผู้ลงทุนควรปฏิบัติก่อนตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ก็คือ การศึกษาค้นหาข้อมูลต่างๆ ของบริษัทนั้น โดยการดู "งบการเงิน"
ไม่ว่าจะในส่วนของ
+ งบดุล
+ งบกำไรขาดทุน
+ งบกระแสเงินสด ซึ่งถือว่าเป็นงบที่สำคัญที่สุด
"งบกระแสเงินสดจัดเป็นงบที่จะแสดงให้ผู้ลงทุนเห็นว่า ในปีนั้น เงินสด ที่ได้มาจากผลการดำเนินงานของบริษัทเพิ่มขึ้น หรือลดลง มากน้อยเท่าไร หรือบริษัทมีการนำเงินสดในรอบปีนั้นไปใช้ในการลงทุนเท่าไร และเอาไปคืนเงินกู้เท่าไร"
สภาพคล่อง ของเงินสด มีความสำคัญต่อความมั่นคงของกิจการมากที่สุด โดยจะเห็นได้จากช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุที่กิจการมากมายต้อง ล้ม ไปมาก ก็เนื่องมาจากการ ขาดสภาพคล่อง ทางการเงิน นั่นเอง
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ บางครั้งผู้ลงทุนอาจไปมองว่า ในเมื่อบริษัทนั้นมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นทุกปี หุ้นของบริษัทแห่งนั้นก็น่าจะอยู่ในความสนใจ เพราะแสดงได้ถึงผลประกอบการและสภาพคล่องที่ดี
แต่มันอาจไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป....
เพราะงบ กระแสเงินสด อาจมีจุดสังเกตที่แสดงให้นักลงทุนเห็นว่า การจ่ายเงินปันผลนั้น อาจเป็นการนำ เงินกู้ จากสถาบันการเงินมาจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นก็ได้เช่นกัน
กรณีการ กู้มาจ่าย เงินปันผล ก็ถือเป็นอีก จุดสังเกต ที่นักลงทุนไม่ควร "มองข้าม"
นอกจากนี้ รายการข้อมูลต่างๆ ที่แสดงไว้ในแบบงาน 56-1 หรือ แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี ที่บริษัทจดทะเบียนทุกแห่งต้องยื่นให้กับทาง ก.ล.ต. ก็เป็นอีกแหล่งข้อมูลที่นักลงทุนควรเข้าไปศึกษาเช่นกัน....
โดยเข้าไปศึกษาอ่านได้ในเวบไซต์ของ ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th หรือ ตลาดหลักทรัพย์ฯที่ www.set.or.th
ซึ่งในนั้นจะแสดงรายละเอียดทุกด้าน ตั้งแต่ลักษณะการประกอบธุรกิจ ปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ โครงการในอนาคต ฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และอื่นๆ ที่ผู้ลงทุนจะสามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี
ศ.เกษรี ยังบอกว่า ข้อมูลจากหนังสือรายงานประจำปี (Annual Report) ของบริษัทจดทะเบียน ก็ยังเป็นอีกแหล่งที่ต้องศึกษา เพราะรายละเอียดในนั้นจะแสดงให้เห็นถึง "จุดเด่น" ของธุรกิจ ทีมผู้บริหาร และอื่นๆ ของบริษัทไว้อย่างละเอียด ที่สำคัญนักลงทุนควรอ่านดู รายงานผู้สอบบัญชี ที่แสดงไว้ในหนังสือรายงานประจำปีด้วยว่า ผู้สอบบัญชีจะให้ความเห็นต่อการดำเนินงานของกิจการนั้นไว้อย่างไร และในรายงานผู้สอบบัญชีนี้ จะต้องมีข้อความ รับรองว่าถูกต้อง แสดงกำกับไว้ด้วย
หากในรายงานประจำปีของบริษัทบางแห่ง มีการลงไว้ว่า ไม่ให้ความเห็น นั่นจะแสดงถึงความไม่ชอบมาพากลของบริษัทนั้นๆ เพียงแต่ไม่สามารถหาหลักฐานได้ จนทำให้ผู้สอบบัญชีไม่สามารถลงชื่อรับรองความถูกต้องได้
อีกสิ่งที่นักลงทุนจะต้องดู ก็คือ หมายเหตุประกอบงบการเงิน ต่างๆ ที่จะมองผ่านไปไม่ได้ เพราะตรงนี้สำคัญที่สุด ซึ่งตรงนี้จะมีการแสดงข้อมูลหรือจุดสังเกตที่ผู้สอบบัญชีต้องการชี้แจงให้ผู้อ่านได้รับรู้
ตรงรายงานผู้สอบบัญชีนี้ ถ้านักลงทุนอ่านแล้วรู้สึกว่าเจออะไรแปลกๆ ก็ต้องระวังให้มากๆ?
ไม่เพียงเท่านั้น ความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้สอบบัญชี (Audit) ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้ลงทุนควรพิจารณาดูด้วยว่า เป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด เพราะจุดนี้จะเป็นต้นกำเนิดความของโปร่งใสในงบการเงินทั้งหมด
ท้ายที่สุด ผู้ลงทุนอาจพิจารณาอ่านบทวิเคราะห์งบการเงินของกิจการที่ตนสนใจจะลงทุน ซึ่งมีการจัดทำไว้โดยนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์แต่ละแห่ง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนอีกทางหนึ่งด้วย
จากนี้ไปเมื่อประกาศตัวเลขงบการเงินแต่ละไตรมาส ผู้ลงทุนจะมองเพียงแค่ว่า บริษัทนั้นมีกำไร หรือขาดทุนเท่าไร เพียงแค่นั้นไม่ได้อีกต่อไป....
เรื่อง : ณัฐวิทย์ ณ นคร
ดัดแปลงจาก
http://www.nationejobs.com/content/money/pfinance/template.php?conno=277
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น